Quiet Luxury หรือแปลตรงตัวว่า “ความหรูหราแบบเงียบ” เป็นแนวคิดที่เน้นการแต่งกายหรือการเลือกใช้สินค้าแฟชั่นที่ หรูหราอย่างสงบ ไม่โอ้อวด ไม่จำเป็นต้องโชว์ยี่ห้อหรือโลโก้ใหญ่โต แต่เน้นที่ คุณภาพ วัสดุ งานฝีมือ และดีไซน์ที่เรียบแต่ดูดี คำว่า “quiet” ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงธรรมดา แต่หมายถึงการ “ไม่จำเป็นต้องพูดหรือแสดงออกอะไรมากมาย แต่ยังเปล่งประกายอยู่ดี” คล้ายกับสุภาษิตที่ว่า “ของจริงไม่ต้องพูดเยอะ”
คุณลักษณะของแฟชั่น Quiet Luxury
- เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ
เสื้อผ้าหรือกระเป๋าไม่ต้องมีหลายชิ้น แต่ขอให้ทุกชิ้นคุณภาพดี อยู่ได้นานหลายปี
ใช้วัสดุชั้นดี เช่น ผ้าแคชเมียร์ ผ้าไหม ผ้าวูลเกรดสูง หนังแท้เนื้อนุ่ม - ดีไซน์เรียบ คลาสสิก
ไม่เน้นลายฉูดฉาด หรือโครงสร้างเสื้อผ้าที่หวือหวา
สีเรียบ เช่น เบจ เทา น้ำตาล ดำ ขาว น้ำเงินเข้ม
สไตล์ timeless คือไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ยังดูดี - ไม่แสดงโลโก้หรือแบรนด์ชัดเจน
ต่างจากแนว Logomania ที่ชอบโชว์โลโก้แบรนด์ดังให้ชัดเจน
Quiet Luxury มักใช้แบรนด์ที่คนทั่วไปอาจไม่รู้จักมาก แต่คนในแวดวงรู้ว่า “ของดี” - สะท้อนตัวตนของคนใส่
มักจะเป็นคนที่มีความมั่นใจ ไม่ต้องการการยอมรับจากโลโก้หรือภาพลักษณ์
มีรสนิยม ละเอียดอ่อน รู้จักคุณค่าของสิ่งที่เลือกใช้
ตัวอย่างแบรนด์ที่นิยมในสาย Quiet Luxury
- หมวด – เสื้อผ้า
แบรนด์ – The Row, Loro Piana, Jil Sander, Totême, Khaite - หมวด – กระเป๋า
แบรนด์ – Celine (ยุค Phoebe Philo), Bottega Veneta (แบบไร้โลโก้), Loewe - หมวด – รองเท้า
แบรนด์ – Manolo Blahnik, Aeyde, The Row - หมวด – นาฬิกา
แบรนด์ – Patek Philippe, Vacheron Constantin (เรียบแต่หรูมาก)
ทำไม Quiet Luxury ถึงเป็นที่นิยม?
- สะท้อนวัฒนธรรม “น้อยแต่มาก” (Less is More)
- ตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่อยากอยู่เหนือกระแส
ไม่อยากตกเป็นเหยื่อของแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงเร็ว
ต้องการของที่อยู่ได้นาน ใช้ได้ทุกยุค - ภาพลักษณ์ “รวยเงียบ”
มักเชื่อมโยงกับคนที่มีอำนาจ มีรสนิยมสูง
ดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม เช่น คนในซีรีส์ Succession หรือดารา Hollywood บางกลุ่ม





